14 เมษายน 2024
บำรุงราษฎร์ กางแผนปี 2566 สปีดรายได้โตระดับเลขสองหลัก

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กางแผนปี 2566 ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ และทิศทางดำเนินงานสู่ความสำเร็จด้าน Medical and Wellness Destination

ธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโตเป็นเลขสองหลัก วันที่ 28 มกราคม 2566 ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า ปี 2566 นี้เป็นอีกปีที่น่าจับตามอง เพราะเป็นปีที่สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และเริ่มมีสัญญาณแนวโน้มที่ดีขึ้น ด้วยปัจจัย ทางด้านเศรษฐกิจภายในประเทศที่ทยอยปรับตัวดีขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น โดยการเปิดประเทศบวกกับกระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่เพิ่มมากขึ้น ได้ช่วยส่งเสริมให้ตลาด Medical & Wellness Tourism รวมถึงเศรษฐกิจในประเทศกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง สะท้อนจากจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่กลับมาใช้บริการที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในปี 2566 นี้จะมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 50 ของปีก่อนโควิด-19 ก้าวสู่ปีแห่งความเป็นเลิศ สำหรับทิศทางการดำเนินงานปี 2566 นี้ บำรุงราษฎร์ ยังคงยึดหลัก 4C1W เป็นปัจจัยหลักเพื่อก้าวสู่ปีแห่งความเป็นเลิศ (Year of Excellence) และพร้อมมุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่จุดหมายแห่งการดูแลสุขภาพ และสุขภาวะที่น่าเชื่อถือที่สุด ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ใหม่ของปีนี้ ด้วยการผนึกความเชี่ยวชาญ และต่อยอดการรักษาโรคซับซ้อนเข้ากับการดูแลเชิงป้องกัน โดยมีเสาหลักด้านความเป็นเลิศ 4 ประการ ประกอบด้วย

1. ความเป็นเลิศด้านบุคลากร (People Excellence) ด้วยการมีนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่องในการสรรหา สร้าง รักษา และพัฒนาบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ตลอดจนปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งปัจจุบันบำรุงราษฎร์เป็น สถาบันวิชาการทางการแพทย์ภาคเอกชน หรือ Academic Private Hospital ได้อย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังสนับสนุนให้แพทย์และบุคลากรได้มีโอกาสทำงานวิจัย ตีพิมพ์ผลงานในวารสารทางวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ

บำรุงราษฎร์ กางแผนปี 2566 สปีดรายได้โตระดับเลขสองหลัก

2. ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Clinical Excellence) นับเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้รับบริการ

ซึ่งในปีนี้จะยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) อาทิ สถาบันหัวใจ ข่าวธุรกิจ ศูนย์มะเร็งฮอไรซัน ศูนย์โรคระบบประสาท ศูนย์ทางเดินอาหารและตับและลำไส้ และศูนย์จักษุ ซึ่ง 5 ศูนย์ความเป็นเลิศนี้ เปรียบเสมือนเรือธงในการขับเคลื่อนการรักษาพยาบาลในปี 2566

ตลอดจนมีแผนระยะยาวในการเตรียมแพทย์รุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการก้าวขึ้นมาเป็นแพทย์ผู้ชำนาญการและแพทย์ผู้บริหารของโรงพยาบาลในรุ่นต่อไป ด้วยการออกแบบหลักสูตรพัฒนาแพทย์ที่เป็นแบบฉบับของบำรุงราษฎร์เอง รวมไปถึงการขยายศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ อาทิ ศูนย์มะเร็ง ร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตร ได้แก่ โรงพยาบาลพิษณุเวช และ โรงพยาบาลนครธน เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน

3. ความเป็นเลิศด้านคุณภาพและความปลอดภัย (Quality and Safety Excellence) โดยสามารถสะท้อนถึงศักยภาพในส่วนนี้ผ่านการบริหารจัดการการแพร่ระบาดของโรคได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีการให้องค์กรอิสระภายนอกเข้ามาตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง อาทิ มาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลระดับสากล (JCI), มาตรฐานคุณภาพโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ขั้นก้าวหน้า (A-HA), การรับรองจาก Global Healthcare Accreditation (GHA) ฯลฯ ซึ่งคุณภาพและความปลอดภัย นับเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของคุณภาพของสถานพยาบาล

4. ความเป็นเลิศในการส่งเสริมประสบการณ์ผู้ป่วย (Patient Experience Excellence) ในปี 2566 จะเดินหน้าปรับปรุงแนวปฎิบัติของบุคลากรในการบริการผู้ป่วยให้สอดรับตามยุคสมัย แต่ยังคงแนวปฏิบัติที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางในการรักษาพยาบาล นำไปสู่การให้บริบาลด้วยความเอื้ออาทร ทำให้ผู้ป่วยและผู้ใช้บริการได้รับประสบการณ์เชิงบวก

ภญ. อาทิรัตน์ กล่าวเสริมว่า นอกจาก 4 เสาหลักแล้ว อีกปัจจัยสำคัญ คือ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ซึ่งเป็นสถาบันเวชศาสตร์ชะลอวัยแบบบูรณาการ เป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานเวชศาสตร์เชิงป้องกันเป็นแห่งแรกในเอเชีย และในปี 2565 สามารถสร้างรายได้กว่า 1,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับบริการที่ RAKxa (รักษ) ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมที่บางกระเจ้า และพันธมิตรอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นการเสริมจุดแข็งด้านการแพทย์ของไทย สู่เป้าหมายของการเป็น ‘ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ’ หรือ ‘การแพทย์ครบวงจร’ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอนาคต สร้างชื่อเสียงความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ และสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบให้กับประเทศชาติ โดยในปี 2566 บำรุงราษฏร์ คาดว่ารายได้จะขยายตัวเป็นเลขสองหลัก

แนะนำข่าวธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กเลย : LVMH ที่ไม่ได้ขายแค่ Louis Vuitton | พสุ เดชะรินทร์